วิธีการเช็กความปลอดภัยกับเทคโนโลยีบนโลกออนไลน์ ปี 2026

วิธีการเช็กความปลอดภัยกับเทคโนโลยีบนโลกออนไลน์ ปี 2026

ในโลกนี้ที่ทุกอย่างนั้นทัรเปลี่ยนไปหมดแล้ว โลกยุคเก่าที่นั้นกำลังจะหมดไป มันจะแทนที่ด้วยเทคโนโลยีแบบยุคใหม่ ซึ่งมันสะดวกสบายมากกว่าแต่มันก็มาพร้อมกับความอันตรายที่แฝงมาในรูปแบบของมิจฉาชีพ

มรในวันนี้เรานั้นจะพาท่านไปรู้จักกับ วิธีการเช็กความปลอดภัยกับเทคโนโลยีบนโลกออนไลน์ ปี 2026 เพื่อให้ท่านนั้นไม่หลงกลมิจฉาชีพหรือเสียท่าให้พวกมัน

วิธีการเช็กความปลอดภัยกับเทคโนโลยีบนโลกออนไลน์ ปี 2026

รู้จักกับความปลอดภัยในแบบพื้นฐานของ HTTPS และ SSL Certificate

ขั้นแรกเลยเราต้องมองหาสัญลักษณ์รูปุญแจซะก่อน ในแถบชื่เว็บไซต์

HTTPS คืออะไร?

HTTPS (Hypertext Transfer Protocol Secure) 

มันเป็นโปรโตคอลสำหรับการเชื่อต่อระหว่าง เบราเซอร์กับเว็บไซต์ มันจะป้องกันไม่ให้แฮกเกอร์นั้นขโมยข้อมูลของคุณได้

SSL Certificate ตัววัดความน่าเชื่อถือ

การมีระบบ SSL มาช่วยป้องกันัน้นมันทำให้เว็บไซต์ปลอดภัยขึ้นมา ระบบ SSL คือระบบที่ช่วยทำให้คนใช้งานเห็นได้ว่าเว็บไหนนั้นมันมีมาตรฐานความปลอดภัยที่สูง ถ้าเว็บไซต์ไหนไม่มี https:// ให้เดาเอาไว้เลยว่ามันไม่ปลอดภัยเท่าไหร่นัก

ขอเวลา 5 นาที เช็กเว็บปลอดภัย

ยอกจากขั้นตอนที่บอกไปด้านบนแล้ว เรานั้นยังสามารถเช็กได้อีกดังนี้ด้วย

ต้องดูชื่อโดเมนให้ละเอียด

เว็บที่หลอกลวงมักจะใช้ชื่อโดเมนที่ใก้เคียงกับเว็บจริง

  • ของจริง: google.com
  • ของปลอม: g00gle.com หรือ google-support.net
  • คำแนะนำ: ตรวจสอบตัวสะกดทุกตัวอักษร และสังเกตส่วนขยาย (Extension) เช่น .com, .co.th, หรือ .gov ว่าตรงกับประเภทขององค์กรหรือไม่

ดูความสมบูรณ์ของเว็บไซต์และหน้าเว็บ

หน้าเว็บไซต์นั้นมันต้องดูดีสมบูรณ์มีรูปภาพที่ชัดเจนเนื้อหาครบถ้วน

  • ไม่มีคำแปลกๆ
  • รูปภาพมีความละเอียดสูง ไม่แตกพร่า
  • ลิงก์ต่างๆ ภายในเว็บต้องใช้งานได้จริง ไม่กดแล้วไปหน้าว่าง

ดูข้อมูลผู้ติดต่อ

เว็บไซต์ที่มีมาตรฐานหรือเว็บจริงนั้น จะต้องมีที่อยู่ที่สามารถตรวจสอบกันได้ รวมทั้งสามารถติดต่อกับทางเจ้าหน้าที่เว็บได้ตามเวลาที่ระบุเอาไว้

เลือกดูความปลอดภัยมาตรฐานสากล

เว็บไซต์ใหญ่ๆอย่างเว้บธนาคารหรือว่าอีคอมเมิร์ชอื่นๆนั้นมันมักจะมี สัญลักษณ์ความปลอดภัยระบุเอาไว้ให้

  • Verified by Visa / MasterCard ID Check: สำหรับความปลอดภัยในการชำระเงิน
  • DBD Registered: เครื่องหมายจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์จากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (สำหรับเว็บไทย)
  • Norton Secured / McAfee Secure: บ่งบอกว่าเว็บนั้นได้รับการสแกนมัลแวร์สม่ำเสมอ

ข้อแนะนำ เราควรคลิ๊กที่สัญลักษณ์นั้นเพื่อเช็กว่ามันมาจากต้นทางที่ถูกต้องหรือไม่ เพราะว่ามิจฉาชีพมักจะก็อปเอารูปภาพมาวางเอาไว้

ตรวจสอบในระบบออนไลน์ให้ดี

เราสามารถใช้เครื่องมือในระบบออนไลน์นั้นมาช่วยตรวจสอบกันได้

  1. Google Safe Browsing: เพียงนำ URL ไปตรวจสอบ Google มันจะบอกว่าเว็บไซต์นี้มันมีประวัติเสียหายหรือไม่
  2. VirusTotal: เว็บไซต์ที่ช่วยวิเคราะห์ไฟล์และ URL ผ่านโปรแกรมแอนตี้ไวรัสกว่า 70 ค่ายทั่วโลก
  3. Whois Lookup: ใช้ตรวจสอบว่าใครเป็นเจ้าของโดเมนเนม จดทะเบียนเมื่อไหร่ (ถ้าเว็บเพิ่งจดมาได้ไม่กี่วันแต่ดูยิ่งใหญ่มาก ให้สงสัยไว้ก่อน)

พบกับสัญญาณที่ต้องระวัง

ถ้าท่านเจอกับสัญญาณเหล่านี้ ปิดเว็บทันที

  • Pop-up โฆษณาที่ปิดไม่ได้: หรือเด้งขึ้นมาบอกว่า “เครื่องของคุณติดไวรัส”
  • การบังคับให้ดาวน์โหลดไฟล์: เพื่อเข้าถึงเนื้อหาในเว็บ
  • ข้อเสนอที่ดูดีเกินจริง: เช่น “คุณคือผู้โชคดีได้รับ iPhone” หรือสินค้าราคาถูกกว่าท้องตลาด 90%
  • บราวเซอร์ขึ้นคำเตือนสีแดง: “Your connection is not private” อย่ากดข้ามคำเตือนนี้เด็ดขาด

ถ้าท่านนั้นจะเลือกใช้งานเว็บไซต์คอมมินิวตี้ซักเว็บนั้นให้เลือกดูว่า มันมี Data Privacy ที่ปกป้องข้อมูลท่านหรือไม่ เพราะว่ามะนจะต้องเป็น Safe Space ของท่านเอง รวมทั้งในระบบ Spam Filter ให้ท่านด้วย การเติบโตของ Online Community มันจะต้องมาจากความปลอดภัยกันด้วย

สรุปการป้องกันเริ่มต้นที่ตัวเราเอง

เราคือด่านแรกของการป้องกัน เพราะฉะนั้นมีสติอยู่เสมอ

  • อัพเดทเบราเซอร์ที่ใช้งาน: Chrome, Safari หรือ Firefox มักจะปล่อยตัวอัปเดตเพื่ออุดช่องโหว่ความปลอดภัยบ่อยครั้ง
  • ใช้ 2FA (Two-Factor Authentication): หากเว็บไซต์นั้นรองรับ ให้เปิดใช้งานเสมอเพื่อความปลอดภัยสองชั้น
  • อย่าใช้ไวไฟสาธารณะเน้นใช้ไวไฟตัวเอง: ถ้าต้องโอนเงินออนไลน์ ให้ไช้ WIFI ของตัวเองจะดีที่สุด

Leave a Reply