การท่องเที่ยวในสมับเมื่อ 5-10 ปี ที่แล้วนั้น อาจจะเป็นเพียงแค่การไปเช็กอินตามสถานที่ต่าง ๆ เพื่อให้รู้ว่าเราไปมาแล้วเท่านั้น แต่ในปี 2026 ปีนี้ มันไม่ได้เพียงแค่เช็กอินเท่านั้น แต่นักท่องเที่ยวนั้นมองหาประสบการณ์จากสถานที่ท่องเที่ยวนั้นด้วย วิถีการท่องเที่ยงปี 2026 ที่นักท่องเที่ยวมองหาประสบการณ์มากกว่าการเช็กอิน จะเป็นยังไงก็มาดูกัน
เที่ยวแล้วต้องรู้สึก ไม่ใช่เที่ยวแล้วไม่รู้สึก
การท่องเที่ยวในยุคนี้มันไม่ใช่การเดินเข้าไปพักแล้วกลับออกมาเท่านั้น แต่มันหมายถึงการได้มีส่วนร่วมในกิจกรรมนั้นแบบแท้จริง นักท่องเที่ยวหลายคนพร้อมที่จะทุ่มเงินก้อนโตเพื่อให้ได้สัมผัสกับความพิเศษ เช่น การไปูคอนเสิร์ตศิลปินที่ชอบ ก็ทุ่มเงินเพื่อไปอยู่แถวหน้าหรือทุ่มเงินเพื่อห้งพักแบบสุดหรูเพื่อให้มีประสบการณ์ที่ดีจากการไปท่องเที่ยวกลับมา
เทรนด์เที่ยวหนีสภาพอาหาศที่เลวร้าย
นักท่องเที่ยวที่พอมีกำลัง เมื่อถึงหน้าร้อนของประเทศตัวเองหรือหน้าหนาวนั้น ก็อาจจะออกไปเที่ยวยังต่างประเทศเพื่อหลบหนีสภาพอากาศที่เลวร้าย อย่างนักท่องเที่ยวไทย เมื่อถึงหน้าร้อนก็อาจจะหลับไปเที่ยวแระเทศที่อากาศดีๆอย่าง ญี่ปุ่น เกาหลี แบบนี้ ส่วนคนจากเมืองหนาวอย่างในยุโรป เมื่อถึงหน้าหนาวที่หนาวจนทำอะไรไม่ได้ ก็หนีมาเที่ยวเมืองไทยกัน

เที่ยวเมืองรอง ไม่เที่ยวเมืองหลัก
มันเกิดปัญหานักท่องเที่ยวเยอะเกินไปในหลาย ๆ เมืองยอดนิยม เลยทำให้นักท่องเที่ยวเดี๋ยวนี้ มักจะเลือกไปเที่ยวยังเมืองรองที่มีคนน้อยกว่า รวมทั้งมีความเงียบสงบที่มากกว่าด้วย
- เที่ยวเมืองรอง: อาจจะไม่เที่ยวตามเมืองใหญ่หรืออาจะไปเที่ยวตามประเทศเล็ก ๆ แต่สวยงาม อย่าง คาซัคสถาน จอร์เจีย เป็นต้น
- เที่ยวนอกฤดูท่องเที่ยว: การเที่ยวแบบนี้อาจจะเจอนักท่องเที่ยวน้อยก็จริง แต่มันก็อาจจะไม่ใช่ฤดูที่เหมาะสมกับการท่องเที่ยวมากนัก
ใช้ AI ในารจัดหาข้อมูลและเป็นเพื่อนเวลาท่องเที่ยวไปด้วย
สำหรับยุคนี้แล้วหนังสืออย่าง Lonely Planet มันไม่จำเป็นอีกแล้ว เมื่อมันมี AI เข้ามาช่วยหาข้อมูล ถ้าท่านนั้นอยากจะไปเที่ยวในเมืองที่มันมีเสน่ห์เฉพาะตัว ก็บอก AI ไปเลยว่าต้องการแบบไหน หรือต้องการพักโรงแรมที่มีการสอน พิลาทิส ให้ก็ใช้ AI ในการช่ววยหาข้อมูลกันได้
ท่องเที่ยวในเชิงสุขภาพจิตใจและร่างกาย
การท่องเที่ยวสำหรับวัยกลางคนหรือผู้สูงอายุนั้นมันควรจะเป้นการเที่ยวเพื่อให้เรานั้นสามารถฟื้นฟูร่างกายของตัวเองได้ เพราะร่างกสยมันไม่ได้ดีเหมือนตอนวัยรุ่นที่สามารถจะเที่ยวแบบแบกเป้ไปไหนมาไหนได้ตลอด
- เข้าร่วมกิจกรรมเน้นสุขภาพ: การเที่ยวแบบนี้คือเน้นเที่ยวเป็นกลุ่ม เช่น กลุ่ม รัน คลับ ที่เน้นสุขภาพหรืออาจจะเข้าค่ายปฎบัติธรรมก็ได้
- เที่ยวเชิงธรรมชาติบำบัด: การได้เห็นปรากฎการณ์ธรรมชาติที่สวยงามก็ช่วยฮีลใจได้เหมือนกัน เช่น ออกไปดูแสงเหนือ การเดินชมธรรมชาติ รวมทั้งการไปนอนดูดาวในเมืองที่มีอากาศดี ๆ เพื่อฟื้นฟูตัวเอง
เที่ยวแบบมีจิตสำนึกต่อธรรมชาติ
เดี๋ยวนักเดินทางหลายๆคนมองหาตัวเลือกโรงแรมหรือการเดินทางที่ลดการสร้างมลพิษให้กับธรรมชาติมากขึ้นด้วย
- เที่ยวบินลดคาร์บอน: การเช็กค่า Carbon Footprint ก่อนจองตั๋วเครื่องบินหรือที่พัก กลายเป็นมาตรฐานใหม่
- ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์: การท่องเที่ยวที่ช่วยฟื้นฟูสถานที่ เช่น กิจกรรมปลูกปะการัง หรือการเรียนรู้วิถีเกษตรอินทรีย์ร่วมกับชาวบ้าน
เดินทางคนเดียวเพื่อค้นหาตัวเอง
เดี๋ยวนี้การเข้าถึงข้อมูลต่าง ๆ มันทำได้ง่ย การท่องเที่ยวคนเดียวเลยเป้นที่นิยม ไม่เว้นแม้แต่ว่าคู่รักยางครั้งนั้นก็ยังออกเดินทางคนเดียวได้ เพื่อเป็นการค้นหาตัวเองและอยู่กับตัวเองในสถานที่ที่เรานั้นชื่นชอบ
สรุป แนวทางสำหรับผู้ประกอบการณ์เพื่อดึงดูนักท่องเที่ยวในปี 2026
เมื่อเป็นเจ้าของธุรกิจท่องเที่ยวก็ต้องจับเทรนด์กันให้ถูกว่าเรานั้นจะนำธุรกิจท่องเที่ยวของเรายังไงให้นักท่องเที่ยวสนใจ
- เล่าเรื่องให้เก่ง (Storytelling): มันต้องมีเรื่องราวมากล่าวขนานให้นักท่องเที่ยวฟัง ว่าโรงแรมของเรา ที่พักของเรา เมืองของเรานั้น มันมีอะไรบ้าง
- ใช้ AI ให้เป็นประโยชน์: ใช้ ฤณ ในการช่วยจัดการระบบต่าง ๆ ให้ดีขึ้น
- เน้นความยั่งยืนที่จริงใจ: ทำให้เห็นว่าธุรกิจของท่านนั้ใส่ใจต่อสภาพแวดล้อมยังไงบ้าง
- สร้างจุดขายจากเมืองรอง: มันมีอะไรน่าสนใจ เอามาเป็นจุดขาย เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว
ธุรกิจโรงแรมนั้นเป็นธุรกิจที่จะต้องปรับตัวให้เข้ากับมันให้ได้ มันต้องมี Curated Design ที่ออกแบบเป็นเฉพาะทาง ถ้าไม่งั้นก็ต้องใช้เทคนิค Heritage Reimagined เอามาทำให้เป็นสไตล์สวยงามด้วย แน่นอนว่าห้องพักนั้นก็จะต้องตกแต่งแบบส่วนตัวแบบ Thematic Suite ให้มันเข้าทางด้วย ถ้าคิดไม่ออกก็สามารถไปดูที่ รีวิวโรงแรมสไตล์ Boutique ได้เลย
แนวทาง วิถีการท่องเที่ยงปี 2026 ที่นักท่องเที่ยวมองหาประสบการณ์มากกว่าการเช็กอิน มันยังจะอยู่กับเราไปอีกนาน ด้วยสภาพแวดล้อม บ้านเมือง การเดินทาง ความสะดวกสบาย


