The Art of Slow Living ในยุคดิจิทัล ใช้ชีวิตให้สมดุล

The Art of Slow Living ในยุคดิจิทัล ใช้ชีวิตให้สมดุล

สำหรับเวลานี้ที่ทุกอย่างนั้นดูเหมือนว่ามันนั้นจะต้องเร่งรีบอยู่เสมอ เวลาส่วนตัวนั้นมีน้อย สมาร์ทโฟนคอยแจ้งเตือน โลกดิจิตอลกำลังดูดกลืนเราไป จนเรานั้นลืมไปว่า เรานั้นต้องการความสุขในการใช้ชีวิต หลายคนเลยเลือกที่จะใช้วิธีการ Slow life เข้ามา แต่ก็ไม่ึงกับต้องเข้าไปอยู่ในป่า เพียงแค่หาจุดสมดุลกับมันให้ได้ The Art of Slow Living ในยุคดิจิทัล เราจะมาพูดถึงการใข้ชีวิตในเวลานี้กัน

Slow Living คืออะไร? 

มันไม่ใช้การใช้ชีวิตแบบทำอะไรช้าๆ ค่อยๆทำ แต่มันเป็นเข้าใจและมีสติอยู่เสมอเวลาที่ใช้ชีวิต เพื่อให้เรานั้นไม่เตลิดไปกับสิ่งเร้าและเทคโนโลยีมากเกินไปนัก ซึ่งมันจะเป็นส่วนหนึ่งของการทำให้ชีวิตนั้นกลับมาบาลานซ์ได้ดี

เมื่อเป็นยุคดิจิตอล ทำไมเราต้องยัง Slow Living ?

การเข้าสู่โลกโซเชียลหรือเชื่อมต่อกับคนอื่นตลอดเวลา มันทำให้เรานั้นมีปัญหาสุขภาพจิตได้

  • Digital Burnout: ได้รับข้อมูลมากเกินไป ทำให้สมองนั้นล้า คิดอะไรได้ช้ากว่าเดิม
  • FOMO (Fear of Missing Out): ความกลัวและความวิตกว่าเรานั้นจะตกเทรนด์อะไรใหม่ๆ
  • Comparison Trap: เกิดการเปรียบเทียบชีวิตของตัวเองกับผู้อื่น
The Art of Slow Living ในยุคดิจิทัล ใช้ชีวิตให้สมดุล

5 แนวทางการสร้างสมดุลในการใช้ชีวิตจริงกับโลกออนไลน์

เมื่อเราเปลี่ยนพฤติกรรม เราจะได้ผลที่กลับมาอย่างมีประสิทธิภาพ

1. เริ่มทำ Digital Detox อย่างเป็นระบบ

แน่นอนว่าเราไม่ได้ห้าไม่ให้เล่นมือถือ แต่มันจะต้องมีช่วงเวลาที่ไม่ใช้มันบ้าง

  • ช่วงเช้าหลังตื่นนอน: ลองงดเช็กมือถือใน 30 นาทีแรก เพื่อให้สมองได้ตื่นตัวตามธรรมชาติ
  • บนโต๊ะอาหาร: เน้นสทนากับผู้คนร่วมโต๊ะอาหาร
  • ก่อนนอน 1 ชั่วโมง: ลดแสงสีฟ้าเพื่อคุณภาพการนอนที่ดีขึ้น

2. การรับข่าวสารอย่างมีสติอยู่เสมอ

คัดกรองข่าวารที่จะรับเข้าหัวกันหน่อย

  • เพจไหนที่ทำให้คุณรู้สึกแย่หรือด้อยค่าตัวเอง? Unfollow มันไปได้เลย
  • เลือกรับข้อมูลที่เสริมสร้างพลังบวกหรือทักษะใหม่ๆ หรือติดตามกับบุคคลที่เราชื่อบในทางสร้างวรรค์ดูบ้าง

3. มองหางานอดิเรกที่ไม่ต้องยุ่งกับมือถือ

การมองหาทางเลือกทำกิจกรรมที่ไม่ต้องพึ่งพาโทรศัพท์มือถือคือทางเลือกที่ดีที่สุด

  • การปลูกต้นไม้
  • การวาดรูปหรือระบายสีบนกระดาษ
  • การทำอาหาร ทำขนม
  • การอ่านหนังสือเล่มที่เป็นกระดาษจริงๆ

4. ใช้กฎ 80/20 จัดระเบียบชีวิต 

ลองแยกแยะสิ่งที่สำคัญหรือสำคัญน้อยก่อน แล้วก็เลือกใช้เวลา 80% กับ สิ่งที่สำคัญ ลดเวลากับสิ่งไม่จำเป็นเหลือแค่ 20% เท่านั้น

5. เข้าหาธรรมชาติให้มันช่วยบรรเทา

ถ้าให้ร่างกายได้รีเฟรชสุดๆนั้น ให้เดินเข้าธรรมชาติได้เลย วางมือถือเอาไว้ห่างตัวซักหน่อย ดื่มด่ำกับสายลม แสงแดด ลมทะเล กลิ่นของป่าไม้ ฟังเสียงสัตว์ แล้วสมองท่านจะโล่งขึ้น

แม้ว่าในอนาคตนั้นมันจะมีเทคโนโลยี Haptic Feedback เข้ามา หรือโลกดิจิตอลมันจะมี Immersive Experience มากขึ้น อีกทั้งรวมไปถึง Sports Betting AR เข้ามาก็ตาม แต่อย่าลืมว่าเราก็ต้องบาลานซ์ให้ดี เทคโนโลยี อนาคตของ iGaming และเทคโนโลยี AR/VR มันช่วยให้เรามีชีวิตสนุกขึ้นก็จริง แต่อย่าลืมชีวิตจริงกันด้วย

บทสรุป: ใช้ชีวิตให้มันเป็นจังหวะและสมดุล

อย่าเร่งไปซะทุกการกระทำ อย่ารีบร้อนจนเกินไป แต่จงใช้ชีวิตให้มันมีจังหวะ รู้ว่าจังหวะไหนควรเร่ง ควรรอและไม่ต้องรีบ ผ่อนคลายในสถานการณืที่กดดัน เลือกรับสิ่งดีๆให้กับตัวเอง The Art of Slow Living ในยุคดิจิทัล ใช้มันให้สมดุลแล้วชีวิตท่านจะดำเนินไปอย่างที่ใจต้องการ

Leave a Reply